ที่มาของชื่อหมู่บ้าน
สาเหตุที่ตั้งชื่อของหมู่บ้านว่า "คำชะอี" นั้นได้มีผู้เล่าให้ฟัง ซึ่งมีหลายความเห็นดังต่อไปนี้
1. สายน้ำตรงที่ชาวเมืองวังพักอยู่ตอนแรกนี้เป็นสายน้ำซับ ซึ่งผู้ไทยเรียกว่า "น้ำคำ" มีน้ำใสเย็นไหลตลอดปี ในป่าบริเวณรอบๆ มีจักจั่นชนิดหนึ่งจำนวนเรือนหมื่นอาศัยอยู่ เสียงมันร้องที่หูผู้ไทยได้ยินเป็นเสียง "อี ๆๆๆ ... " ลากเสียงยาวต่อกัน ผู้ไทยจึงเรียกว่า "จักจั่นแมงอี" ตามเสียงร้องของมัน ตอนกลางวันมันจะพากันบินลงกินน้ำที่สายน้ำคำนี้ทุกวันจนสิ้นอายุขัยของมัน จึงเรียกสายน้ำแห่งนี้ว่า "สายคำแมงอี" อยู่มาก็เพี้ยนเป็น "คำสระอี" แล้วก็เพี้ยนอีกเป็น "คำชะอี" ชื่อของหมู่บ้านจึงเป็น "บ้านคำแมงอี" แล้วเปลี่ยนเป็น "บ้านคำสระอี" สุดท้ายกลายมาเป็น "บ้านคำชะอี" จนถึงปัจจุบัน
2. "คำชะอี" เป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ทั่วไปในดงนี้ ดอกสีเหลือง มีกลิ่นหอมเปลือกและแกนลำต้นก็หอมเหมือนดอก ชาวบ้านมักนิยมนำมาอบเสื้อผ้าทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมด้วย จึงได้เอานามของต้นไม้นี้มาเป็นชื่อของหมู่บ้าน ต้นไม้ชนิดนี้ได้สูญพันธ์ไปนานแล้ว
3. ตอนผู้เขียนเป็นเด็ก คุณแม่เคยเล่าให้ฟัง และเมื่อโตขึ้นมาก็มีคุณลุงฮัน (นายโจม คนชื่อ คุณพ่อของนายสันดร คนซื่อ) ได้เล่าให้ฟังอีกมีเนื้อความต้องกันว่า ตอนแรกนั้นหมู่บ้านนี้มีชื่อว่า "บ้านดงหมากบ้า ป่าเครือเขือง" เพราะรอบๆหมู่บ้านนั้นเป็นป่ารกมีเครือเถาสะบ้า และเครือเฉาเขืองมากมาย วันหนึ่งผู้ชายชื่อว่า "ตาคำ" ได้สะพายข้องเดินเข้าป่า อาจจะหาของป่าอย่างใดอย่างหนึ่ง เฉาสะบ้าก็เกาะเกี่ยวเอาข้องที่สะพายนั้น แกต้องหยุดปลดออก อีกไม่นานก็ไปติดเถาเขือง ต้องหยุดปลดอีก ทำให้การเดินป่าเป็นไปอย่างลำบากทุลักทุเลเพราะเถาสะบ้าและเถาเขืองเหตุการณ์ที่ถูกเถาสะบ้าและเถาเขืองมาเกี่ยวติดข้องบ่อยเข้าๆ แกก็โมโหจนเหลืออด ก็เลย "ป้อย"(สาป) ให้เสือมาคาบเอาข้องไปกิน อยู่มาตาคำได้วางข้องไว้ ตัวเองไปธุระ (คิดว่าอาจจะไปถ่ายทุกข์) จึงได้วางข้องไว้ พอกลับมาหาข้องปรากฏว่าข้องได้หายไปแล้ว เห็นแต่รอยเท้าเสือตรงที่วางข้องไว้นั้น ก็เลยแปลกใจว่าทำไมเพียงแค่คำป้อยนี้เสือก็คาบเอาไปจริงๆ แกก็เลยครวญกับตัวเองด้วยความแปลกใจว่า "อี๋ เนาะ เพิ้งเต้เนาะ อี๋ อี๋ๆๆๆๆ" (เอ้ เป็นจริงแท้นะ เอ้เอ๋ ๆ ๆๆ) อยู่มาคนก็เรียกดงนั้นว่า "ดงตาคำอี" จึงได้เอาชื่อดงนี้มาเป็นชื่อหมู่บ้าน "คำชะอี" สามความเห็นนี้ขอฝากท่านผู้อ่านพิจารณา
นอกจากนี้ยังมีผู้เชื่อว่า ชื่อบ้านคำชะอี เอามาจากชื่อ บ้านคำสะอี ที่เมืองพินประเทศลาวและเชื่อว่าผู้ไทยบ้านคำชะอีเคยอยู่ที่นั่น เมื่อถูกกวาดต้อนอพยพมาจึงเอานามบ้านเดิมมาตั้งชื่อบ้านใหม่แห่งนี้ เรื่องนี้ ผู้เขียนได้ไปถึงบ้านคำสะอี ครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551 ได้สัมภาษณ์ผู้เฒ่าสามคน คือลุงเซียงสา อินทิลาด (สะกดตามภาษาลาว) อายุ 70 ปี ลุงสะหว่าง ไซยะจัก อายุ 73 ปี และป้ามอน ไซยะจัก เมียลุงสะหว่าง อายุ 72 ปี ได้ความว่า บรรพบุรุษมาจากบ้านห้วยสาน บ้านเฟือง เมืองเซโปน อพยพมาอยู่กับชาวบ้านนาแซง (ซึ่งติดกับบ้านคำสะอี) และได้มาตั้งบ้านคำสะอีขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1933 (ตรงกับ พ.ศ. 2476) อายุบ้าน 76 ปี แต่บ้านคำชะอีเราอายุ ประมาณ 160 กว่าปี เป็นอันเชื่อได้ว่า ชื่อ "บ้านคำชะอี" ไม่ได้เอาชื่อมาจาก "บ้านคำสะอี"เมืองพิน ประเทศลาวแน่นอน และภาษาพูดของชาวบ้านคำสะอีเป็นภาษาผู้ไทยอยู่ แต่สำเนียงไม่เหมือนผู้ไทยบ้านคำชะอี ขณะที่สัมภาษณ์ ผู้เฒ่าทั้งสามยังได้ทักผู้เขียนว่า "ฟังเสงเจ้าแล้ว คือเสงไทเมิงวัง" (ฟังเสียงสำเนียงพูดเจ้าแล้ว เหมือนเสียงชาวเมืองวัง)
ตระกูลสุวรรณไตรย์