หน้าเนื้อหา
2. ท้าวสิงห์ (ทายาทรุ่นต่อมา) 3. ท้าวเกียง (ทายาทรุ่นต่อมา) 4. คุณตาแปว สุวรรณไตรย์ (ผู้นำทางจิตวิญญาณและเจ้าจ้ำที่ดำรงตำแหน่งยาวนานกว่า 40 ปี) [3]
ประวัติตระกูล
รากเหง้าและการตั้งรกราก ตามคำบอกเล่าและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ตระกูล สุวรรณไตรย์ ได้เริ่มสร้างรวงรังและตั้งถิ่นฐานลุ่มน้ำโขง โดยประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับราชการ เป็นผู้มีบทบาทในการพัฒนาชุมชนในยุคแรกเริ่ม
บ้านคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวภูไท (ผู้ไทดำ) ที่อพยพข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานนานกว่า 100 ปี เดิมพื้นที่เป็นป่าดงทึบ ชาวบ้านยังคงอนุรักษ์คติความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษ (ผีเจ้านาย) ประเพณีดั้งเดิมอย่างเหนียวแน่น และโดดเด่นด้วยวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวประวัติความเป็นมาและวิถีชีวิตชาวภูไท บ้านคำชะอี- ต้นกำเนิด: ชาวภูไทในแถบนี้มีถิ่นฐานเดิมในแคว้นสิบสองจุไทยและอาณาจักรล้านช้าง ก่อนจะอพยพเข้ามายังฝั่งไทยในหลายช่วงเวลา โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
- เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม:
- การแต่งกาย: ผู้หญิงมักสวมเสื้อแขนกระบอกสีดำหรือสีครามเข้ม ห่มผ้าสไบเฉียงปักลวดลายละเอียด และใส่เครื่องเงิน ส่วนผู้ชายมักนิยมสะพาย "บั้ง" หรือกระเป๋าผ้าทอ
- ความเชื่อและการนับถือ: คำว่า "ผู้ไท" หรือ "ภูไท" นั้นหมายถึง คนผู้เป็นไทและมักอาศัยอยู่บนภูเขา พวกเขามีความเชื่อดั้งเดิมคือการ "ถือผี" เช่น ผีเรือน และผีปู่ย่า เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจและคุ้มครองคนในครอบครัว
- ประเพณี: มีการสืบทอดประเพณีฟ้อนผู้ไท ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงที่งดงามและอ่อนช้อย
ที่มาของชื่อสกุล “สุวรรณไตรย์” (รวมถึงผู้ใช้ลำดับสกุล สุวรรณไตร) เกิดจากการผสานนามของต้นตระกูลคือ "สุวรรณโคตร" เข้ากับคำว่า "พระรัตนตรัย" จนกลายมาเป็นสุวรรณไตรย์ในปัจจุบัน: [1, 2, 3]
1. ต้นวงศ์บรรพบุรุษ: พระสุวรรณะ (ท้าวเสือ)
* สถานะเดิม: ท่านคือ "ท้าวสุวรรณโคตร" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ท้าวเสือ" เดิมดำรงตำแหน่งเป็น เพี้ยเมืองแสน (ตำแหน่งแม่ทัพคุมกำลังทหารขุนพลฝ่ายขวา) อยู่ที่ เมืองวัง (ปัจจุบันอยู่ในแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว) [1, 3] * วีรกรรมและการนั่งเมือง: ในช่วงสงครามเจ้าอนุวงศ์ (พ.ศ. 2369) เจ้าเมืองวังเดิมอพยพหลบหนีไป ท้าวเสือจึงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการรักษาเมืองและทำหน้าที่รักษาการแทนเจ้าเมืองวัง [1] * ผู้นำอพยพ: ท่านอพยพไพร่พลชาวภูไทจำนวน 1,658 คน (จากเมืองวัง และเมืองคำอ้อคำเขียว) ข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งรกรากในเขตป่าดงหนาบริเวณหุบเขาคำชะอี [1] * บรรดาศักดิ์สยาม: ต่อมาเมื่อ ท้าวสีหนาม ถึงแก่กรรม ท้าวเสือจึงได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาจากส่วนกลางให้ดำรงตำแหน่งเป็น "ผู้รักษาเมืองหนองสูง" ในบรรดาศักดิ์ "หลวงทรงฤทธิรอน" [3]2. บรรพบุรุษสายจิตวิญญาณ: ผู้นำพิธีเจ้าปู่ทะดา (เจ้าจ้ำ)
สิ่งสะท้อนความยิ่งใหญ่และความเป็นผู้นำตระกูลคือ สิทธิ์ในการเป็น "เจ้าจ้ำ" (ผู้ทำหน้าที่สื่อสารและเชิญวิญญาณ เจ้าปู่ทะดา มเหศักดิ์หลักเมืองคำชะอีที่อพยพมาจากเมืองวัง) ซึ่งจะสืบทอดกันเฉพาะในสายเลือดผู้นำชายตระกูลสุวรรณไตรย์เท่านั้น โดยเรียงลำดับดังนี้: [3]
1. ท้าวเสือ (หลวงทรงฤทธิรอน - ต้นตระกูล)2. ท้าวสิงห์ (ทายาทรุ่นต่อมา) 3. ท้าวเกียง (ทายาทรุ่นต่อมา) 4. คุณตาแปว สุวรรณไตรย์ (ผู้นำทางจิตวิญญาณและเจ้าจ้ำที่ดำรงตำแหน่งยาวนานกว่า 40 ปี) [3]
3. บรรพบุรุษยุคสร้างบ้านแปงเมืองและขยายถิ่นฐาน
ในช่วงกลางถึงปลายปี พ.ศ. 2400 เป็นต้นมา ลูกหลานสายสุวรรณไตรย์แยกย้ายกันไปเป็นผู้นำชุมชนและขยายหมู่บ้าน เช่น:- เปรี้ยว สุวรรณไตรย์: ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้ใหญ่บ้านภู (ต.หนองสูงใต้) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491 จนถึง พ.ศ. 2514 [4]
- สายผู้นำอพยพสู่บึงกาฬ (พ.ศ. 2492): กลุ่มผู้นำหนุ่มชาวภูไทคำชะอีได้นำพาราษฎรเดินทางไปบุกเบิกจับจองที่ดินทำกินใหม่ที่ บ้านป่าแฝก อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ในปัจจุบัน ปรากฏรายนามบรรพบุรุษคนสำคัญ ได้แก่:
- นายนามศรี สุวรรณไตรย์ (นายฮ้อยหนุ่มผู้นำทาง)
- นายเสริม สุวรรณไตร
- นายสังข์ สุวรรณไตร
- นายพรหมมี สุวรรณไตร
- นายคำบู่ สุวรรณไตร และ นายคาด สุวรรณไตร [2, 5]
ตระกูลสุวรรณไตรย์