ข่าวสาร

การป้านห้วยน้อย

1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ห้วยน้อย เป็นสายห้วยเล็กๆ จึงเรียกว่า "ห้วยน้อย" บางตอนกว้างแค่วาเดียว แต่ลึกมากเป็นสายห้วยที่ไม่ยาวนัก อยู่ติดกับหมู่บ้านทางทิศตะวันตก ไหลตกห้วยคันแทใหญ่

ผู้ที่ริเริ่มทำฝายกั้นคือ นายบัง สุวรรณไตรย์ (น้องของพ่อตาของคุณสันดร คนซื่อ เดี๋ยวนี้ยังมีชีวิตอยู่ที่บ้านห้วยลึก) นายบังนี้ คนทั่วไปมักเรียกว่า "ลุงสงคราม" เพราะแกมีลูกคนโตชื่อสงคราม นายสงครามนี้เกิดปีสงคราม คือ พ.ศ.2484 นายบังจึงให้ชื่อว่า "สงคราม" นายบังได้มาตั้งศาลาที่ริมห้วยน้อยนี้ทำเป็นโรงฆ่าสัตว์ ก็เลยวานพี่น้องขนดินมาถมยกคันฝายนี้ขึ้น (การถมดินให้เป็นคันกั้นน้ำนี้ท้องถิ่นอีสานเรียกว่า "ป้าน" ต่อไปจะใช้คำนี้) เพื่อจะกั้นเอาน้ำไว้สำหรับล้างเนื้อ และเครื่องใน ตับ ไต ไส้ พุง ของสัตว์ที่ชำแหละ พอหน้าน้ำหลากก็พัง พังแล้วก็ป้านอีกหลายครั้งหลายตรา เมื่อนายไหล สุวรรณไตรย์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน (หมู่ที่ 1) นายไหลมีที่นาอยู่ที่นาขี้หมู เห็นประโยชน์จากน้ำห้วยน้อย จึงชวนนายแสง แสนโสม (หรือลุงนาง คุณพ่อของกำนันแถม แสนโสม) เจรจากับนายบัง ขอขุดเหมือง (คลอง) เข้าสู่นาขี้หมูโดยจะช่วยป้านห้วยน้อยให้เป็นคัน

ป้านที่แน่นหนา นายบังเป็นคนใจกว้างมองการณ์ไกลและเห็นประโยชน์ร่วมกัน จึงตกลง นายไหลจึงชวนพี่น้องชาวนาขี้หมู (ซึ่งตอนนั้นมีแค่ 7 - 8 คน) มาขุดเหมืองให้น้ำเข้านา พร้อมกับไหว้วานพี่น้องระดมกำลังมาป้านห้วยน้อยจนเป็นคันป้านที่ใหญ่และแน่นหนา ประกอบกับช่วงนั้น กิ่งอำเภอคำชะอียังอยู่ที่บ้านคำชะอี มีนายเจริญ วติศักดิ์ เป็นหัวหน้ากิ่ง ได้ลงมาควบคุมดูแลการป้านด้วย ทำให้การดำเนินการเป็นอย่างดี (สิน สุวรรณไตรย์. 5 ต.ค. 2552 : สัมภาษณ์) ป้านห้วยน้อยตรงนี้ต่อมาเรียกว่า "ป้านหลวง" ก็เลยมีฝายห้วยน้อยและคลองมาจนทุกวันนี้ ตอนแรกก็มีปัญหา เพราะทำด้วยแรงงานคนและขาดหลักวิชาการทำให้คลองพังอยู่บ่อยๆ จะเข้าหน้านาแต่ละปีต้องซ่อมคันคลองเสียก่อน มีเรื่องเล่าขานว่า ปีหนึ่งฝนตกหนักน้ำหลากมามากจนเหมืองห้วยน้อยพัง ลุงเจียง วังคะฮาต ได้ไปยืนดูตรงใกล้ที่มันพัง ขณะที่ดูเพลินอยู่นั้นดินที่ตรงที่ลุงเจียงยืนอยู่เกิดพังลงทันทีทันใด ลุงเจียงไม่ทันระวังตกก็ตกลงไปน้ำท่วมหัวลิบ และถูกน้ำพัดไปไกล โผล่ขึ้นมาก็ว่ายเข้าฝั่งเพราะเป็นคนแข็งแรงและว่ายน้ำเก่ง คนจึงลือเล่าขานว่า "ลุงเจียงตกห้วยน้อย" (ต้องขอโทษลูกหลานของท่านด้วยที่เก็บเรื่องนี้มาเล่า มีได้มีเจตนาจะลบหลู่แต่ประการใด แต่เป็นเรื่องที่ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นในบ้านเรา )

อยู่มาเมื่อประมาณ 20 กว่าปีมานี้ ทางกรมชลประทานได้มาปรับคันฝาย คันคลอง และที่ระบายน้ำตามหลักวิชาการ จึงได้ฝายอย่างถาวรมาจนทุกวันนี้ ก็นับว่านายบัง สุวรรณไตรย์ นายไหล สุวรรณไตรย์ ตลอดทั้งญาติพี่น้องรุ่นนั้น ได้เอื้อประโยชน์ต่อท้องถิ่นบ้านคำชะอีอย่างมากมายทั้งได้น้ำเข้านา เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา ตาน้ำใต้ดินก็ตื้นสะดวกแก่การขุดบ่อน้ำ (น้ำสร้าง) ได้น้ำรดพืชผักสวนครัว และเป็นที่จัดงานประเพณีคืองานลอยกระทง ฯลฯ (นายอินทา (ลุงก่ำ) วังคะฮาด นายสาคร สุวรรณไตรย์ นายประเนิม คนซื่อ นายเกียรติศักดิ์ (จ้อ) สุวรรณไตรย์. 2 ต.ค.2552 : สัมภาษณ์)

สมัยที่ มร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ผันเงินออกสู่ชนบท บ้านคำชะอีได้เงินผันก้อนนี้มารื้อไม้สะพานห้วยคันแทใหญ่แล้วเอามาสร้างเป็นสะพานข้ามห้วยน้อย เรียกกันติดปากว่า "สะพานคึกฤทธิ์"

สะพานศึกฤทธิ์ถูกใช้มานานปี จนผุพัง ชำรุด ในปี พ.ศ. 2552 ได้งบประมาณจากกรมทางหลวงชนบท โดย ส.ส.วิทยา บุตรดีวงค์ เป็นผู้ประสานของบส่วนนี้มาให้จำนวน 2 ล้านบาทเพื่อสร้างสะพานข้ามห้วยน้อยแทนสะพานคึกฤทธิ์ เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างแน่นหนาเป็นสะพาน 3 แยก คือสร้างแยกเข้าเกาะสวรรค์ด้วย.

← ข่าวสารทั้งหมด