การป้านแก้งม่วงไข่
แก้งม่วงไข่ เป็นแก้งที่อยู่ในลำห้วยคันแทใหญ่ฟากห้วยน้อยออกไปทางทิศตะวันตก (บ้านตาดโดนในอดีตก็ตั้งอยู่ติดกับแก้งม่วงไข่ฝั่งทิศตะวันตก) ติดฝั่งห้วยตรงที่เป็นแก้งนี้มีต้นม่วงไข่จึงพากันเรียกว่า "แก้งม่วงไข่" มาจนทุกวันนี้
แรงจูงใจที่ทำให้มีการป้านห้วยคันแทใหญ่ตรงแก้งม่วงไข่นี้ ก็คือก่อนหน้านั้น นาหนองแจ้งเป็นนาที่แห้งแล้งกันดาร การทำนาเป็นไปด้วยความยากลำบากมาก อาศัยน้ำฟ้าอย่างเดียวที่จะหล่อเลี้ยงต้นข้าว ได้ผลผลิตไม่คุ้มกับแรงงานและเวลาที่เสียไป ทำให้ชาวนาหนองแจ้ง บางครอบครัวมีปัญหาไม่มีข้าวจะกิน ต้องหาขอกู้ยืมข้าวญาติพี่น้องพอประทังชีวิตไปแต่ละวัน จึงพากันคิดหาวิธีแก้ไขเพื่อได้น้ำมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวในหน้านา จึงได้คิดกันที่จะป้านห้วยคันแทตรงแก้งม่วงไข่นี้เพื่อทดน้ำเข้า
เริ่มแรกก็มี ลุงไท (ปู่กำนันสกล คนซื่อ) ลุงดำ (ปู่ของคุณครูสนทนา สุวรรณไตรย์) ลุงจารย์เฮือง (พ่อคุณถนอม วังคะสาต) ลุงแอ้ (นายสีเนา คุณพ่อของคุณประเนิม คนคื่อ) ลุงน้าว (ปู่ของคุณปริญญา วังคะสาต) ลุงเสริฐ (คุณพ่อของคุณครูชะโย สุวรรณไตรย์) เป็นผู้นำ และชาวนาหนองแจ้งอีกหลายคน
เนื่องจากบริเวณนี้เป็นแก้ง คือแก่งหิน การป้านจึงใช้วิธีเจาะก้อนหินเป็นหลุมแล้วเอาไม้แก่นล่อนทั้งลำต้น ใหญ่ประมาณเท่าขาขึ้นไป (ไม้แก่นล่อน คือไม้เนื้อแข็งที่แห้ง กระพี้ผุพังร่วงหมดแล้วเหลือแต่แก่นที่แข็งเท่านั้น) ตั้งขึ้นและหย่อนลงไปในหลุม ทำเช่นนี้หลายหลุมขวางลำห้วยจนจรดทั้งสองฝั่ง แล้วเอาไม้แก่นล่อนขนาดเดียวกันวางขวางอิงขนาบเสาซ้อนกันขึ้นมา แล้วระดมกันเอาก้อนหินมาวางซ้อนๆ กัน แถวแรกให้ชิดติดกับไม้ที่วางแนวขวาง แล้ววางทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ก้อนหินที่นำมาวางทับซ้อนกันนี้มีจำนวนนับไม่ถ้วน ทั้งก้อนใหญ่ก้อนเล็กคิดว่ามากกว่าพันก้อนขึ้นไป เป็นคันป้านจนสูงได้ระดับที่ต้องการคือเมื่อน้ำเอ่อมาแล้วต้องไหลเข้านา ทำอยู่ด้วยความเพียรเป็นเวลาหลายเดือน เมื่อเสร็จแล้วก็พาก้นขุดคลองเข้านา เมื่อถึงฤดูฝนน้ำหลากมาก็เอ่อสูงขึ้นๆ และไหลออกตามคลองสมความปรารถนา ยังความปีติยินแก่คณะที่พากันริเริ่ม และชาวนาหนองแจ้งทั้งมวล จากนั้นมา การทำนาหนองแจ้งก็ง่ายขึ้น น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ข้าวก็อ่อนนุ่มน่ากินอย่างไรก็ตาม ตอนเริ่มป้านแรกๆ นั้นก็มีปัญหาเหมือนกัน คือเมื่อน้ำมามากมันจะกัดเซาะคันป้านที่ติดฝั่งห้วยพังลง บางปีก็พังข้างเดียว บางปีก็พังทั้งสองข้าง ต้องพากัน "แถม" คันป้านกันหลายครั้งหลายปี จนกระทั่งประมาณ พ.ศ. 2508 ถุงแอ้ (นายสีเนา) ได้เข้าไปของบประมาณที่อำเภอ ปลัดสรสีห์ (ไม่ทราบนามสกุล) ให้มา 10,000 บาท (สมัยนั้นถือว่ามาก) ลุงแอ้จึงมาซื้อปูนซีเมนต์ กรวดหิน ดินทราย แล้วระดมแรงชาวนาหนองแจ้งอีก ผสมปูนปิดทับคันป้านที่ติดกับฝั่งทั้งสองข้างและเทเชื่อมกับฝั่งด้วย ในที่สุดก็อยู่ไม่พังอีกเลย นับว่าลุงแอ้ได้ประสานกับอำเภอจนเอื้อประโยชน์ต่อชาวนาหนองแจ้งเป็นอเนกอนันต์
ต่อมาประมาณปี 2540 หน่วย นพค. 24 ได้มาพัฒนาและอยู่ประจำที่ตำบลคำชะอี ได้ช่วยยกคันป้าน (คันฝาย) ให้ใหม่ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ จึงได้คันป้านที่มั่นคงแข็งแรงมาจวบเท่าทุกวันนี้
ทุกวันนี้ พอฝนมา น้ำก็เข้านาหนองแจ้งในทันที ได้ทำนาหัวปีก่อนเพื่อน เป็นนาที่ทำง่ายที่สุดในเขตอำเภอคำชะอี หนองสูง.
ตระกูลสุวรรณไตรย์