ฝายน้ำล้นห้วยคันแทน้อย
ฝายนี้อยู่ใกล้บ้านกกไฮ แต่เจ้าของนาที่ได้รับประโยชน์จากฝายนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านคำชะอี เป็นฝายที่กั้นห้วยคันแทน้อยเพื่อทดน้ำเข้านาของทุ่งนาใหม่แต่ก่อนนั้นทุ่งนาใหม่เป็นท้องทุ่งที่แห้งแล้งมาก น้ำทำนาแต่ละปีอาศัยน้ำฟ้า (น้ำฝน) ปีไหนฝนดีก็ได้ผลิตผลพอสมควร ปีไหนฝนไม่ดีก้แทบจะไม่ได้ปักดำเลย ปล่อยให้เป็นทุ่งเลี้ยงวัวเลี้ยงควายของชาวล้านคำชะอีและบ้านกกไส เจ้าของนาบางคนไม่มีแม้ข้าวจะกิน ต้องไปกู้ข้าวจากพี่น้องที่มีนาหนองแจ้งพอประทังชีวิต
ด้วยความแห้งแล้ง อัตคัดขัดสนทำให้เจ้าของนาทุ่งนาใหม่ต้องกระเสือกกระสนหาวิธีแก้ปัญหาเพื่อให้ได้น้ำทำนา พอปี 2513 มีชาวนา 6 คน ได้แก่ นายขอม เสียงล้ำ นายลำทอง วังคะลาด นายนายกด กุลวงค์ นายย้อม สุวรรณไตรย์ นายหลุด สลางสิงห์ และนายป้าน วังคะอาด (ทั้ง 6 คนนี ปัจจุบันยังเหลืออยู่แต่นายกด กุลวงค์ นอกนั้นเสียชีวิตหมดแล้ว) ร่วมปรึกษากัน
และร่วมลงขันกันได้เงิน 4,000 บาท เพื่อหาทางที่จะทำฝายกั้นน้ำสายห้วยคันแทน้อย แต่เมื่อไปติดต่อรถไถปรากฏว่าเขาคิดราคา 12,000 บาท (สมัยนั้นถือว่าแพงมาก) จึงได้ขอเรี่ยไรจากเจ้านาที่มีที่นาอยู่ทุ่งนาใหม่ ในที่สุดก็ทำฝายกั้นน้ำได้สำเร็จ แต่การทำฝายตอนแรกยังขากหลักวิชาการอยู่คือ กั้นเอาน้ำทั้งลำห้วยเข้านา เมื่อน้ำมาจะไหลบ่าเข้าท่วมนาจนมองดูทุ่งนาใหม่เป็นทะเลกว้างใหญ่
เกือบสุดสายตา ค้นทาพังเป็นแทบ ทั้งกว้างและลึก สายห้วยคันแทน้อยกำลังจะเปลี่ยนทางชาวนาผู้นำทั้ง 6 ท่าน จึงทำเรื่องไปยังกรมชลประทานให้มาช่วยปรับแต่งคันฝายให้ถูกหลักวิชาการ และทางกรมชลฯ ก็ได้ออกมาทำให้และเสร็จเมื่อปี 2525 ทำที่ระบายน้ำให้ด้วย แต่พอถึงฤดูน้ำหลากคันฝายกลับพังลงจนหมด
พอปี 2526 กรมชลฯ จึงได้ออกมาทำให้ใหม่ให้ดีกว่าเดิม และอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันชาวทุ่งนาใหม่พลอยอืมตาอ้าปากได้ เพราะมีน้ำพอที่จะทำนา ทำให้ยิ้มกับบ้านกับเมืองเขาได้ (นายกด กุลวงค์. 3 พ.ย. 2552 : สัมภาษณ์)
ตระกูลสุวรรณไตรย์