ข่าวสาร

รอยเท้าปริศนาแห่งดานตึง: อภินิหารปู่ทะดาผู้ปกปักษ์หมู่บ้าน

3 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เรื่องจริงอิงนิยาย โดย...คมเคียว คีรีนคร สายลมยามเช้าพัดผ่านยอดไม้ใหญ่ในผืนป่าอันเงียบสงบ เสียงนกร้องประสานเสียงรับกับแสงอรุณที่ค่อยๆ สาดส่องลงมายังหลังคาอาคารเรียนหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ กลิ่นอายของปูนซีเมนต์ผสมกับกลิ่นดินและไอหมอกจางๆ ยังคงลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ ทว่า ความเงียบสงบในยามเช้านี้กลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยตื่นตระหนกของกลุ่มคน ทั้งครู ชาวบ้าน และเหล่าคนงานก่อสร้าง ที่ต่างพากันกรูเข้ามามุงดูบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เบื้องล่างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เรื่องราวอันน่ามหัศจรรย์และเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์นี้ ย้อนกลับไปในช่วงเวลาของการก่อสร้างอาคารเรียนไม้ชั้นเดี่ยวหลังใหม่ของโรงเรียนประจำชุมชนบ้านคำชะอี เพื่อทดแทนอาคารเรียนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ในปีนั้น บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและความหวังของคนในชุมชน ที่จะได้เห็นลูกหลานมีสถานที่เล่าเรียนที่มั่นคงแข็งแรง ทางคณะกรรมการสถานศึกษาและชาวบ้านได้ว่าจ้างนายช่างผู้รับเหมาฝีมือดีจากต่างถิ่นให้นำคนงานเข้ามาดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จทันก่อนเปิดภาคเรียน เมื่อการก่อสร้างเริ่มต้นขึ้น สิ่งแรกที่นายช่างต้องคำนึงถึงคือเรื่องของ "น้ำ" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผสมปูนซีเมนต์และงานก่อสร้างทั้งหมด บริเวณรอบๆ โรงเรียนนั้นมีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าโปร่งสลับกับลานหินกว้างใหญ่ที่ชาวบ้านเรียกขานกันมาแต่โบราณว่า "ดานตึง" บนดานตึงแห่งนี้มีตาน้ำธรรมชาติที่ไหลซึมออกมาจากซอกหินอย่างไม่ขาดสาย น้ำใสสะอาดบริสุทธิ์และเย็นฉ่ำ เป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตของทั้งคนและสัตว์ในผืนป่าแห่งนี้มาทุกยุคทุกสมัย นายช่างผู้รับเหมาและคนงานได้เลือกพื้นที่บริเวณด้านหลังโรงเรียนเป็นที่ตั้งแคมป์ที่พักชั่วคราว เพื่อความสะดวกในการขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ และเนื่องจากบริเวณใกล้เคียงไม่มีแหล่งน้ำอื่นที่เหมาะสม นายช่างจึงตัดสินใจสั่งให้คนงานไปขุดล่องระบายน้ำเพื่อตักเอาน้ำจากดานตึงมาเก็บกักไว้ใช้ประโยชน์ในการผสมปูนซีเมนต์สำหรับเทพื้นอาคารเรียน ทว่า นายช่างผู้มาจากต่างถิ่นและเติบโตมาในสังคมเมือง อาจจะหลงลืมหรือเพิกเฉยต่อความเชื่อดั้งเดิมของคนท้องถิ่น ที่ถือปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างเคร่งครัดว่า "ปู่ทะดา" คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ดูแลปกปักษ์รักษาผืนป่า ดานตึง และทุกสรรพชีวิตในอาณาบริเวณนี้ ทุกครั้งที่ชาวบ้านจะเข้ามาใช้ประโยชน์ ตัดไม้ หาของป่า หรือใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ จะต้องมีการบอกกล่าว จุดธูปเทียนเซ่นไหว้ขออนุญาตจากปู่ทะดาก่อนเสมอ แต่นายช่างกลับสั่งการลงมือขุดตักน้ำโดยไม่ได้จัดเตรียมดอกไม้ธูปเทียนไปบอกกล่าวขอขมาต่อเจ้าที่เจ้าทางผู้ปกปักษ์รักษา ณ ดานตึงแห่งนั้นเลยแม้แต่น้อย วันเวลาผ่านไปหลายวัน งานก่อสร้างดำเนินไปอย่างราบรื่นด้วยความขยันขันแข็งของคนงาน จนกระทั่งมาถึงวันสำคัญวันหนึ่ง ซึ่งเป็นขั้นตอนในการเทคอนกรีตพื้นอาคารเรียนชั้นเดี่ยว นายช่างและคนงานระดมกำลังกันผสมปูนซีเมนต์จำนวนมากด้วยน้ำที่ตักมาจากดานตึง แล้วนำมาเทราดเกลี่ยจนเรียบเนียนทั่วทั้งพื้นอาคารเรียน จนกระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเย็นย่ำ งานเทพื้นทั้งหมดก็แล้วเสร็จสมบูรณ์ พื้นปูนซีเมนต์สีเทาเรียบตึงมันวาวทอดตัวยาวอยู่ภายใต้ร่มเงาของอาคารเรียน เมื่อหมดภาระกิจประจำวัน นายช่างจึงประกาศเลิกงานให้คนงานแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนยังเพิงพักด้านหลังโรงเรียน บรรยากาศยามค่ำคืนค่อยๆ เข้ามาปกคลุม ผืนป่ารอบโรงเรียนเงียบสงบลง มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และสายลมเย็นที่พัดโชยมาเป็นระยะ ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ในความเงียบสงบรัตติกาลนั้น จะมีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติบางอย่างกำลังอุบัติขึ้น ครั้นเมื่อแสงตะวันในยามรุ่งอรุณของวันใหม่สาดส่องขึ้นมาปลุกให้สรรพสิ่งตื่นจากนิทรา นายช่างผู้รับเหมาตื่นขึ้นมาเป็นคนแรกตามวิสัยของผู้รับผิดชอบงาน เขาเดินตรวจตราความเรียบร้อยรอบๆ ไซต์งาน และตั้งใจจะเดินมาดูความแห้งตัวของพื้นปูนซีเมนต์ที่เทไว้เมื่อวานเย็น ว่าสามารถเดินเหินหรือเริ่มขั้นตอนต่อไปได้หรือยัง แต่วินาทีแรกที่นายช่างก้าวเท้าขึ้นไปบนพื้นปูน เขากลับต้องหยุดชะงัก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ร่างกายชาวาบไปทั่วทั้งร่าง ลมหายใจสะดุดกะทันหัน "เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย!" นายช่างอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจสุดขีด ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่พื้นปูนเรียบเนียนอย่างที่ควรจะเป็น แต่ปรากฏรอยเท้าขนาดใหญ่เป็นหลุมลึกลงไปในเนื้อปูนที่ยังไม่แห้งสนิทดี รอยเท้าเหล่านั้นไม่ได้มีเพียงรอยเดียว แต่มีรอยย่ำเดินไปเดินมา ย่ำวนไปทั่วทั้งผืนปูนใหม่อย่างชัดเจน สิ่งที่ทำให้ทุกคนขนหัวลุกยิ่งกว่านั้นก็คือ ขนาดและรูปร่างของรอยเท้านั้น ใหญ่โตมโหฬารจนน่ากลัว แต่ละรอยมีความกว้างและใหญ่เท่ากับ ปากถ้วยตราไก่ ใบเขื่องที่ใช้ตักต้มแกงใส่ไม่มีผิดเพี้ยน! เมื่อเสียงอุทานของนายช่างดังขึ้น เหล่าคนงานที่พักอยู่ด้านหลังโรงเรียนต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาดูด้วยความสงสัย แต่พอมาถึงและได้เห็นภาพตรงหน้า ทุกคนต่างพากันหน้าซีดเผือด บางคนถึงกับยกมือขึ้นท่วมหัวไหว้ท่วมตาด้วยความหวาดกลัว ขาแข้งอ่อนแรงแทบทรุดลงไปกองกับพื้นปูน ข่าวลือเรื่องรอยเท้าปริศนาแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ในเวลาไม่นานนัก คุณครูในโรงเรียนและชาวบ้านในหมู่บ้านต่างพากันแห่แหนมามุงดูเหตุการณ์ประหลาดนี้ด้วยความตื่นตะลึง วงสนทนาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความยำเกรง เมื่อผู้เฒ่าผู้แก่และชาวบ้านผู้รู้เรื่องราวในท้องถิ่นได้มาเห็นรอยเท้านั้น ทุกคนต่างนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าให้แก่กันด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และลงความเห็นตรงกันอย่างพร้อมเพรียงว่า นี่คือ "อภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ของปู่ทะดา" อย่างแน่นอน ผู้เฒ่าคนหนึ่งในหมู่บ้าน ซึ่งทำหน้าที่ดูแลพิธีกรรมท้องถิ่น ได้กล่าวอธิบายให้ทุกคนฟังด้วยน้ำเสียงขรึมขลังว่า "เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังคับบัญชาของธรรมชาติ และไม่ใช่ฝีมือของสัตว์ธรรมดาอย่างแน่นอน ปู่ทะดาผู้เป็นเจ้าที่เจ้าทางและผู้ปกปักษ์รักษาดานตึงและผืนป่าแห่งนี้ ได้แสดงอภินิหารแปลงร่างเป็น เสือโคร่งขนาดใหญ่ เดินทางมาเหยียบย่ำลงบนพื้นปูนที่พวกเจ้าเทไว้ เพื่อเป็นการสั่งสอนและแสดงให้เห็นว่า พวกเจ้าได้กระทำการล่วงเกิน ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยการไปขุดร่องระบายน้ำจากดานตึงอันศักดิ์สิทธิ์มาใช้โดยไม่บอกกล่าวขออนุญาตและขอขมาต่อท่านเสียก่อน" เมื่อได้ฟังคำอธิบายจากผู้เฒ่า นายช่างผู้รับเหมาถึงกับหน้าถอดสี เขานึกย้อนกลับไปถึงตอนที่สั่งให้คนงานไปขุดล่องตักน้ำจากดานตึง โดยที่ตนเองไม่ได้ใส่ใจประเพณีปฏิบัติพื้นบ้านแม้แต่น้อย ความรู้สึกผิด ความกลัว และความเคารพยำเกรงต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์พรั่งพรูเข้ามาในจิตใจของนายช่างในทันที "ผมไม่รู้จริงๆ ครับ ผมเป็นคนต่างถิ่น ไม่รู้เรื่องธรรมเนียมที่นี่เลย..." นายช่างเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ สีหน้าเต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง ไม่รอช้า นายช่างรีบสั่งให้คนงานทุกคนหยุดงานก่อสร้างชั่วคราวทันที พร้อมทั้งจัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ชุดใหญ่ ซึ่งประกอบไปด้วย ธูป เทียน ดอกไม้สด ข้าวดำข้าวแดง และผลไม้มงคล ตามคำแนะนำของชาวบ้าน นำทั้งหมดเดินทางขึ้นไปทำพิธีขอขมาลาโทษ ณ บริเวณตาน้ำบนดานตึง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เคยตักน้ำมาใช้ นายช่างและเหล่าคนงานคุกเข่าลงกราบกรานด้วยความนอบน้อมและจริงใจ กล่าวคำขอขมาต่อหน้าตาน้ำและดานตึง ขอให้ปู่ทะดาโปรดอโหสิกรรมให้กับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของพวกเขา และขอให้การก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่นี้ดำเนินลุล่วงไปได้ด้วยดี ปราศจากอุปสรรคอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ หลังจากที่นายช่างได้ประกอบพิธีขอขมาลาโทษต่อปู่ทะดาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บรรยากาศรอบๆ ไซต์งานก็กลับคืนสู่ความปกติ ความตึงเครียดและความหวาดกลัวจางหายไป เหลือไว้เพียงความสงบร่มเย็น งานก่อสร้างอาคารเรียนไม้ชั้นเดี่ยวหลังนั้นดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น ไม่มี อุปสรรคหรือเหตุการณ์อาเพศใดๆ มาขัดขวางอีกเลย จนกระทั่งการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์อย่างงดงาม เปิดโอกาสให้เด็กๆ ในชุมชนได้เข้ามาใช้เป็นสถานศึกษาหาความรู้อย่างมีความสุข ส่วนรอยเท้าเสือโคร่งขนาดเท่าปากถ้วยตราไก่ที่ประทับอยู่บนพื้นปูนนั้นนายช่างได้เทปูทับปาดให้เรียบเหมือนเดิม รอยเท้าที่ปรากฏเปรียบเสมือนอนุสรณ์สถานแห่งความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นเครื่องเตือนใจให้ลูกหลานและผู้คนในชุมชนระลึกถึงความเคารพยำเกรงต่อธรรมชาติ และดวงวิญญาณบรรพบุรุษผู้ปกปักษ์รักษาผืนแผ่นดิน เรื่องเล่าขานเกี่ยวกับปู่ทะดาแปลงร่างเป็นเสือโคร่งมาเหยียบย่ำพื้นปูน จึงกลายเป็นตำนานมหัศจรรย์ที่ถูกเล่าขานต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น จากปากต่อปาก จนถึงปัจจุบัน เป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อ ความเคารพ และความศรัทธาอันแนบแน่นระหว่างผู้คนกับธรรมชาติในผืนป่าอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ตราบจนกาลนาน

← ข่าวสารทั้งหมด