วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวภูไท
วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวภูไท
ภูมิปัญญาการทอผ้าและเอกลักษณ์ที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ
การแต่งกายของชาวภูไทไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงภูมิปัญญา วิถีชีวิต ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของชนชาติที่สืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปี
ในอดีต ชาวภูไทสามารถผลิตเครื่องนุ่งห่มได้ด้วยตนเองแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกฝ้าย เลี้ยงไหม ปั่นด้าย ย้อมสี จนถึงการทอผ้าและตัดเย็บเสื้อผ้า จึงนับเป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง
ภูไทดำ ไม่ได้หมายถึงคนผิวดำ
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า "ภูไทดำ" หมายถึงชาวภูไทที่มีผิวสีดำ แต่แท้จริงแล้ว ชื่อนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสีผิวแต่อย่างใด
คำว่า "ภูไทดำ" มาจาก สีของเครื่องแต่งกาย ที่ชาวภูไทกลุ่มนี้นิยมสวมใส่
บรรพบุรุษภูไทดำมีความรู้ในการสกัดสีย้อมจาก ต้นคราม ซึ่งเป็นพืชธรรมชาติ ผ่านกระบวนการหมักและสกัดสีที่ค่อนข้างซับซ้อน นับเป็นภูมิปัญญาทางเคมีพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ
เมื่อนำผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมมาย้อม จะได้สี ครามเข้มจนเกือบดำ ซึ่งเป็นสีที่ชาวภูไทถือว่าสวยงาม สง่างาม และเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
เสื้อ กางเกง ผ้าถุง ผ้าคลุมไหล่ และเครื่องนุ่งห่มต่าง ๆ จึงนิยมตัดเย็บจากผ้าสีครามเข้ม จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่า และเป็นที่มาของชื่อ "ภูไทดำ"
ภูไทขาว
ในขณะเดียวกัน ยังมีชาวภูไทอีกกลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่ที่ เมืองไล ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองแถง ใกล้กับดินแดนจีน
แม้ว่าจะรู้จักการย้อมผ้าครามเช่นเดียวกัน แต่ด้วยอิทธิพลทางวัฒนธรรมจีน ซึ่งนิยมสวมเสื้อผ้าสีขาว ชาวภูไทกลุ่มนี้จึงนิยมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีอ่อนหรือสีขาว
จึงได้รับการเรียกว่า "ภูไทขาว"
ดังนั้น คำว่า ภูไทดำ และ ภูไทขาว จึงเป็นการเรียกตามลักษณะการแต่งกาย ไม่ใช่สีผิวของผู้คน
ภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวภูไท
ในอดีต ครอบครัวชาวภูไทแทบทุกหลังคาเรือนสามารถผลิตผ้าใช้เองได้ทั้งหมด
เริ่มตั้งแต่
- ปลูกฝ้าย
- เก็บฝ้าย
- ดีดฝ้าย
- ปั่นด้าย หรือที่ชาวภูไทเรียกว่า "เข็นฝ้าย"
- ทอผ้า
- ย้อมสี
- ตัดเย็บเสื้อผ้า
ทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยมือ และอาศัยความประณีต ความอดทน และประสบการณ์ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น
แม้แต่ผ้าห่ม หมอน และเครื่องใช้ภายในบ้าน ก็ล้วนทอขึ้นใช้เองแทบทั้งสิ้น
สีธรรมชาติจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน
ก่อนที่จะมีสีย้อมสังเคราะห์ ชาวภูไทใช้สีจากธรรมชาติทั้งหมด เช่น
สีวัตถุดิบสีคราม-ดำต้นครามสีดำเข้มผลมะเกลือสีแดงครั่งสีเหลืองแก่นขนุนในบรรดาสีทั้งหมด สีครามจากต้นคราม เป็นสีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีความทนทาน สวยงาม และสะท้อนอัตลักษณ์ของชาวภูไท
เสื้อผ้ากับโอกาสสำคัญ
ชาวผู้ภูไทให้ความสำคัญกับการใช้เสื้อผ้าตามโอกาสต่าง ๆ
เสื้อผ้าที่ตัดเย็บใหม่จะไม่นำมาใส่ในชีวิตประจำวัน แต่จะเก็บรักษาไว้อย่างดี เพื่อสวมในงานบุญ งานประเพณี หรืองานสำคัญ
จึงเรียกเสื้อผ้าเหล่านี้ว่า
- เสื้อเอาบุญ
- ส้งเอาบุญ
- ชุดเอาบุญ
ซึ่งหมายถึง เสื้อผ้าที่ใช้ในโอกาสอันเป็นมงคล
โสร่งไหมกับหนุ่มภูไท
ในอดีต โสร่งไหม ถือเป็นเครื่องแต่งกายชั้นดี มีเฉพาะผู้ที่มีฐานะหรือครอบครัวที่เลี้ยงไหมเท่านั้น
หนุ่มภูไทนิยมสวมโสร่งไหมไปงานบุญหรืองานประเพณี โดยเฉพาะเมื่อไปพบหญิงสาว
มีคำบอกเล่าขำขันของคนเฒ่าคนแก่ว่า
หนุ่มภูไทในอดีตมักถลกโสร่งขึ้นเหนือเข่าเล็กน้อย เพื่ออวด "ขาลาย" ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ของชายหนุ่มในสมัยนั้น
สะท้อนถึงวิถีชีวิตและค่านิยมที่แตกต่างจากปัจจุบัน
ผ้าขาวม้า...ของใช้สารพัดประโยชน์
อีกสิ่งหนึ่งที่แทบทุกครัวเรือนต้องมี คือ ผ้าขาวม้า
นอกจากใช้เป็นผ้านุ่งแล้ว ยังใช้เป็น
- ผ้าคาดเอว
- ผ้าห่ม
- เปลเด็ก
- ผ้าเช็ดตัว
- ห่อสัมภาระ
- รองนั่ง
- และใช้งานสารพัดในชีวิตประจำวัน
จึงนับเป็นเครื่องใช้ที่ขาดไม่ได้ของชาวภูไท
ประเพณี "สร้างเคิ่ง"
หนึ่งในประเพณีสำคัญของชาวภูไท คือ การสร้างเคิ่ง
คำว่า "เคิ่ง" หมายถึง เครื่องใช้หรือเครื่องนุ่งห่มสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่
เมื่อหญิงสาวใกล้ถึงวัยแต่งงาน จะต้องเตรียมสิ่งของที่จำเป็นไว้ เช่น
- ผ้าห่ม
- ที่นอน
- หมอน
- ผ้าขาวม้า
- เครื่องนุ่งห่มต่าง ๆ
ทั้งหมดนี้ถือเป็นฝีมือของเจ้าสาวและครอบครัว แสดงถึงความขยัน ความสามารถ และความพร้อมในการสร้างครอบครัว
แม้ในปัจจุบัน หลายครอบครัวจะเลือกซื้อของสำเร็จรูปแทนการทอเอง แต่ธรรมเนียมการเตรียมเครื่องใช้ก่อนแต่งงานก็ยังคงสืบทอดอยู่ในหลายพื้นที่
ความเชื่อเกี่ยวกับเครื่องนุ่งห่ม
ชาวภูไทมีข้อปฏิบัติและความเชื่อเกี่ยวกับการใช้เสื้อผ้าอยู่หลายประการ เช่น
- ผ้าที่ใช้คลุมโลงศพ หากจะนำกลับมาใช้ใหม่ จะต้องประกอบพิธี "โยนผ้า" ก่อน
- มีข้อห้าม หรือ "คะลำ" ว่า ไม่ควรนุ่งผ้าบนต้นไม้ เพราะเชื่อว่าจะเกิดอันตราย
แท้จริงแล้ว ข้อห้ามนี้เป็นภูมิปัญญาที่ผู้ใหญ่ใช้สอนเด็ก เพื่อป้องกันการพลัดตกจากต้นไม้ในขณะเปลี่ยนเสื้อผ้า
การแต่งกายในปัจจุบัน
ปัจจุบัน วิถีชีวิตของชาวภูไทเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
คนรุ่นใหม่แต่งกายเหมือนคนทั่วไป เสื้อผ้าสำเร็จรูปหาซื้อได้ง่าย มีสีสันและรูปแบบหลากหลาย ทำให้การปั่นฝ้าย การย้อมคราม และการทอผ้าด้วยมือเหลือให้เห็นน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ชุดภูไทแบบดั้งเดิมยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ และนิยมสวมใส่ในโอกาสสำคัญ เช่น
- งานบุญประเพณี
- การฟ้อนภูไท
- งานต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง
- งานวัฒนธรรม
- พิธีกรรมพื้นบ้าน
เครื่องแต่งกายเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้า แต่เป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจในรากเหง้าและวัฒนธรรมของชาวภูไท ที่ลูกหลานยังคงร่วมกันอนุรักษ์และสืบทอดต่อไป
ตระกูลสุวรรณไตรย์