ข่าวสาร

ประกวดหมู่บ้าน อพป.

1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เมื่อคนทั้งหมู่บ้านร่วมมือกัน ความสำเร็จก็เกิดขึ้นได้

ในช่วงปลายทศวรรษ 2530 บ้านคำชะอีได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศระดับภาคจากการประกวด "หมู่บ้าน อพป." หรือ หมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดของโครงการในขณะนั้น

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เกิดจากความร่วมมือของชาวบ้านทั้งชุมชน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาหมู่บ้านด้วยความเสียสละและความภาคภูมิใจในบ้านเกิด

โครงการหมู่บ้าน อพป. คืออะไร

โครงการหมู่บ้าน อพป. เป็นนโยบายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง พร้อมทั้งมีความสามารถในการป้องกันภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือภัยที่เกิดจากมนุษย์

แนวคิดสำคัญคือการสร้างหมู่บ้านที่เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ และมีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งการปกครอง การศึกษา สาธารณสุข เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของชุมชน

ในระยะแรกมีการประกวดจนถึงระดับประเทศ ก่อนจะปรับเหลือระดับภาค เพื่อให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตและบริบทของแต่ละภูมิภาค

บ้านคำชะอีกับการก้าวสู่เวทีระดับภาค

ปี พ.ศ. 2530 บ้านคำชะอีได้รับคัดเลือกเข้าประกวดในระดับจังหวัด แต่ยังพ่ายให้กับบ้านภู อำเภอหนองสูง ซึ่งได้เป็นตัวแทนจังหวัดมุกดาหารไปแข่งขันระดับภาค

อย่างไรก็ตาม ความพร้อมและศักยภาพของบ้านคำชะอีเป็นที่ประจักษ์แก่หน่วยงานราชการ จนในปี พ.ศ. 2531 บ้านคำชะอีได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนจังหวัดมุกดาหาร เข้าประกวดในระดับภาค

คนทั้งหมู่บ้านลุกขึ้นมาพัฒนาบ้านของตนเอง

เมื่อได้รับคัดเลือก ทุกคนในชุมชนต่างร่วมมือกันอย่างเต็มกำลัง

ภายใต้การนำของ กำนันแถม แสนโสม พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา ได้แก่

  • อาจารย์จินดา จิตจักร

  • อาจารย์พิน สุวรรณไตรย์

  • อาจารย์วิบูลย์ สุวรรณไตรย์

ได้ร่วมกันวางแผนพัฒนาหมู่บ้านให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การประเมิน

บรรยากาศในช่วงนั้นเต็มไปด้วยความคึกคัก ทุกครัวเรือนต่างช่วยกันปรับปรุงบ้านของตนเอง เช่น

  • ทาสีรั้วบ้านเป็นสีขาว

  • ปลูกผักสวนครัวหน้าบ้าน ตามแนวคิด "พืชผักสวนครัว รั้วกินได้"

  • ติดป้ายบ้านเลขที่ทุกหลัง

  • จัดทำป้ายคำขวัญและป้ายรณรงค์ทั่วทั้งหมู่บ้าน

  • จัดเวรยามรักษาความปลอดภัย

  • เตรียมอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย

หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจึงเปลี่ยนโฉมอย่างเห็นได้ชัด

ความร่วมมือของทุกองค์กรในชุมชน

นอกจากการปรับปรุงภูมิทัศน์แล้ว ยังมีการจัดระบบองค์กรชุมชนใหม่ให้ชัดเจนกว่าเดิม

มีการแบ่งงานเป็นด้านต่าง ๆ เช่น

  • การปกครอง

  • การป้องกันภัย

  • การคลัง

  • สาธารณสุข

  • การศึกษา

  • สิ่งแวดล้อม

  • กลุ่มอาชีพ

  • เยาวชน

  • สตรี

  • ผู้สูงอายุ

รวมแล้วกว่า 30 องค์กร

แต่ละองค์กรมีคณะกรรมการและผู้แทนที่จะนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการประเมิน ซึ่งผู้รายงานจะต้องเป็น "ชาวบ้าน" ไม่ใช่ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่

จึงเกิดการฝึกซ้อมการนำเสนออย่างสนุกสนาน หลายคนซึ่งเป็นครูในหมู่บ้านต้องฝึกพูดให้เหมือนชาวบ้านทั่วไป ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น

ทุกคืนคือคืนแห่งการเตรียมความพร้อม

ในช่วงก่อนวันประเมิน ชาวบ้านแทบทุกคนมารวมตัวกันที่ วัดโพธิ์ศรีแก้ว

ทุกคืนจะมีการประชุม ตรวจสอบความพร้อม และซักซ้อมกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการกล่าวรายงาน การต้อนรับคณะกรรมการ การร้องเพลงประจำโครงการ และการปรบมือแบบ อพป.

ภาพของคนทั้งหมู่บ้านที่มาร่วมแรงร่วมใจกันในยามค่ำคืน กลายเป็นความทรงจำที่ยังอยู่ในใจของหลายคนจนถึงทุกวันนี้

ความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากชาวบ้านเพียงลำพัง แต่ยังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากภาคราชการ

นายอำเภอปราโมทย์ สัจจะรักษ์ ในขณะนั้น ได้นำเจ้าหน้าที่ทั้งอำเภอลงมาช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนงบประมาณจำนวน 10,000 บาท สำหรับการเตรียมงาน

ท่านลงพื้นที่ด้วยตนเองแทบทุกวัน ทำงานเคียงข้างชาวบ้านอย่างไม่ถือเนื้อถือตัว จนได้รับความเคารพและชื่นชมจากคนในชุมชน

ขณะเดียวกัน จังหวัดมุกดาหาร ภายใต้การนำของ ผู้ว่าราชการจังหวัดไมตรี นัยกุล ก็ส่งเจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์ลงมาช่วยเสริมทีมงานอีกแรงหนึ่ง

วันที่รอคอย

ต้นปี พ.ศ. 2532 คณะกรรมการจากกองทัพภาคที่ 2 พร้อมผู้แทนจากหลายหน่วยงาน เดินทางมาตรวจประเมินหมู่บ้านคำชะอี

หลังจากที่ทุกคนทุ่มเทแรงกายแรงใจมาเป็นเวลาหลายเดือน ในที่สุดผลการประเมินก็ประกาศออกมา

บ้านคำชะอีได้รับรางวัลชนะเลิศ "หมู่บ้าน อพป." ระดับภาค

ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดของโครงการในขณะนั้น

หมู่บ้านได้รับ

  • โล่เกียรติยศ

  • เงินรางวัลจำนวน 60,000 บาท

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2532

โดย กำนันแถม แสนโสม เป็นผู้นำคณะตัวแทนหมู่บ้านเดินทางไปรับรางวัล ณ กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา จาก พลโทอิสระพงษ์ หนุนภักดี

ความสำเร็จที่เกิดจากหัวใจของคนคำชะอี

การได้รับรางวัลครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงชัยชนะในการประกวด แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี ความเสียสละ และความรักบ้านเกิดของชาวคำชะอี

ทุกคนต่างมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นผู้นำชุมชน ครู ข้าราชการ เยาวชน หรือชาวบ้านธรรมดา ต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือ จนสามารถยกระดับหมู่บ้านให้เป็นต้นแบบของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ดังคำกล่าวที่ผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนมักพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า

"บ้านคำชะอีเป็นบ้านผู้ไทที่ไม่ธรรมดา หากลูกหลานร่วมใจกันเมื่อใด ก็สามารถทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่สากกะเบือจนถึงเรือรบ"

อ้างอิงข้อมูล: สัมภาษณ์ ครูวิบูลย์ สุวรรณไตรย์, ครูพิน สุวรรณไตรย์ และนางทองมี ไวสู้ศึก (4 พฤศจิกายน 2552)

← ข่าวสารทั้งหมด